พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: อยู่พัฒนาการ 20 สถานพยาบาลรักษาโรคแพทย์หมา-แมว ฉีดวัคซีน รักษาสัตว์ป่วย รับเลี้ย  (อ่าน 63 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธันวาคม 07, 2017, 12:44:42 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 18453
    • ดูรายละเอียด
โดยผู้เชี่ยวชาญ คลินิกรักษาโรคหมอหมา-แมว ฉีดวัคซีน สัตว์เลี้ยงป่วย รับเลี้ยงรายวัน หนู วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) โทรติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ป่วยทุกชนิด รับเลี้ยงรายวัน กระต่าย วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด)  ที่ที่จัดไว้ให้เพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียดค่ะ  ตัดขน กระต่าย ทางร้านเรามีทรงให้เลือกตามใจลูกค้าเลยค่ะ มีทรงให้เลือกที่ร้าน ทรงน้องแมวใส่ถุงเท้า ฯลฯ

โรคแมวที่ต้องระวัง
1. โรคติดเชื้อไวรัสในระบบฟุตบาทหายใจของแมว หรือที่เรียกว่า โรคไข้หวัดแมว (cat flu) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจของแมว พบมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยน ซึ่งสาเหตุมีเหตุที่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งเป็นเชื้อไวรัสเฉพาะเจาะจงในแมว อาทิเช่น Feline Viral Rhinotracheitis Virus (FVRC) หรือ Feline Herpevirus (FHV) และก็ Feline Calici Virus (FCV) ซึ่งสามารถเจอการตำหนิดเชื้อร่วมกันได้ ยิ่งไปกว่านี้อาจมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆร่วมด้วยได้ ยกตัวอย่างเช่น Bordetella หรือ Chlamydia สำหรับเชื้อ Chlamydia ที่ติดร่วมนั้นจะทำให้แมวมีอาการตาอักเสบ เยื่อบุตาบวมอักเสบ มีขี้ตาเขียว ฯลฯ
 
 การติดเชื้อไวรัส Feline Herpevirus (FHV) จะพบได้ทั่วไปในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับแนวทางการทำวัคซีน อัตราการเกิดโรคบางทีอาจสูงถึง100 % ถึงแม้ว่าโดยธรรมดาอัตราการตายจะไม่สูงมาก แต่ได้โอกาสที่จะมากถึง 30 % ได้ในลูกแมวรวมทั้งแมวที่มีลักษณะอาการเครียดหรือมีโรคอื่นสอดแทรก อาการที่พบหลังจากที่แมวได้รับเชื้อ FHV เป็นเชื้อจะมีระยะฟักตัวราวๆ 2 - 10 วัน โดยจะก่อให้แมวมีลักษณะอักเสบที่ตา จมูก หลอดลมซึ่งทำให้อาการตาอักเสบ มีน้ำมูกและเสมหะ ยิ่งกว่านั้นยังส่งผลให้แมวมีลักษณะอาการซึม หายใจลำบาก เจ็บป่วย ไอ จามและเบื่ออาหาร
 
 ในกรณีที่มีเชื้อแบคทีเรีย ร่วมด้วยนั้น จะทำให้น้ำมูกข้นเหนียวกระทั่งเป็นหนอง อาจเจอแผลหลุมเป็นวงๆบนลิ้น ทำให้แมวเจ็บมากมายกระทั่งเบื่ออาหาร อาการบางทีอาจรุนแรงมากถึงขั้นกำเนิดปอดติดโรคแล้วก็เยื่อหุ้มห่อปอดอักเสบซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนการต่อว่าดเชื้อ Feline Calici Virus (FCV) เชื้อไวรัสชนิดนี้ทำให้มีการเกิดอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม แต่อาจแสดงอาการรุนแรงมากกว่านั้นได้ สำหรับอาการที่ชัดแจ้งที่สุดเป็น แผลหลุมบนลิ้น โพรงปากอักเสบ แผลในช่องปากจะมีผลให้แมวทานอาหารลำบาก ความอยากของกินลดน้อยลง ทำให้อาการทรุดลงเร็ว การติดต่อของโรค เป็นผลมาจากแมวได้รับเชื้อไวรัสที่มีการแพร่ระบาดในอากาศจากแมวที่ป่วยผ่านเข้าสู่ระบบฟุตบาทหายใจ หรือมีการสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อโรคโดยตรง พบมากในรอบๆที่มีแมวอยู่รวมกันอย่างคับแคบหรือกรุ๊ปแมวจร
 
 ส่วนในเรื่องที่แมวป่วยไข้รวมทั้งหายจากโรคแล้วนั้นยังสามารถเป็นพาหะนำโรคถัดไปได้ การดูแลและรักษานั้นจะรักษาแบบตามอาการรวมทั้งประคองอาการ ให้ยายาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคแทรกจากแบคทีเรีย รวมทั้งยาลดเสลด ลดน้ำมูก ยาเสริมภูมิต้านทาน ในแมวบางตัวอาจจะต้องได้รับสารน้ำ วิตามินต่างๆเพื่อบำรุงตามสมควร การเสริมของกินอย่างพอเพียง บางทีอาจจำเป็นต้องมีการป้อนอาหารและก็ยาให้ ยิ่งกว่านั้นยังจำต้องดูแลเรื่องความสะอาดด้วย แล้วก็ควรจะให้ความอบอุ่นต่อสภาพร่างกาย สิ่งที่ควรจะเลี่ยง คือ การนำแมวที่ยังไม่มีภูมิต้านทานโรคไปปนเปกับแมวด้านนอก รวมทั้งควรจะป้องกันโดยการฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรคบ่อยๆทุกปี
 
 2. โรคไข้หัดแมว (Feline panleukopenia,Feline parvovirus) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสกรุ๊ปพาร์โวไวรัสในแมว (Feline parvovirus) หรือ Feline distemper ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารของแมว พบรายงานการพบโรคนี้มานานแล้ว ที่สามารถพบในแมวทุกตระกูล ไม่ว่าจะเป็น เสือ สิงโต เสือกระต่าย หรือแม้กระทั้งแมวบ้านทุกประเภทนอกนั้นยังพบได้ในสัตว์ตระกูลอื่นๆอีก ยกตัวอย่างเช่น สกั๊งค์ เฟอเร็ต มิ้งค์ แรคคูน ซึ่งโรคนี้ทำให้แมวมีลักษณะอาการคลื่นไส้และก็ท้องเดิน ครั้งคราวอาจมีอาการหวัดสอดแทรก ก็เลยมีคนเรียกชื่อต่างๆล้นหลาม อาทิเช่น “โรคไข้ฝึกหัดแมว” (Cat distemper) แล้วก็ “โรคลำไส้อักเสบในแมว” (Feline Parvovirus Enteritis) เป็นต้น
 
 โรคไข้หัดแมวพบได้มากในแมวอายุน้อยรวมทั้งก่อให้เกิดความรุนแรงค่อนข้างจะมาก ส่วนแมวโตนั้นก็สามารถเจอได้เช่นกัน โดยอาการที่พบเป็น ซึม เบื่ออาหาร เป็นไข้สูง อ้วก ท้องเดิน ถ่ายเป็นมูกเลือดกลิ่นคาว ร่างกายขาดน้ำ บางโอกาสอาจมีอาการเกร็ง ปวดท้อง และเจอลักษณะไส้ครึ้มตัว ด้านในมีแก๊สและก็ของเหลว อาจมีผลต่อการทรงตัวของลูกแมวแล้วก็ทำให้ลูกแมวตาบอดได้ ในแมวที่หายจากโรคนี้ในช่วงแรกยังสามารถตรวจเจอเชื้อไวรัสในอุจจาระได้หลายสัปดาห์ ส่วนในแมวที่ตั้งท้องอาจทำให้เกิดการแท้งลูกหรือลูกตายข้างหลังคลอดได้ การติดต่อโรคนี้สามารถติดได้จากการสัมผัสแมวเจ็บไข้ หรือสัมผัสกับอุจจาระ สิ่งคัดหลั่งต่างๆหรือภาชนะของใช้ของแมวป่วย หรือติดผ่านจากมนุษย์เป็นพาหะนำโรคผ่านเสื้อผ้า เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่สัมผัสกับแมวป่วยไข้ โรคไข้ฝึกแมวจะมีระยะการฟักตัวของโรค 2-7 วัน โดยแมวอายุน้อยมักตายอย่างรวดเร็ว อัตราการตายอยู่ระหว่าง 25-90% เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงโดยยิ่งไปกว่านั้นในกรุ๊ปแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดยา เมื่อตรวจเลือดชอบพบเม็ดเลือดขาวต่ำมาก ก็เลยมีชื่อเรียกโรคนี้ว่า "Feline Panleukopenia"
 
 ในการรักษาควรจะพาไปพบสัตวแพทย์โดยทันทีเพราะเป็นโรคติดต่อร้ายแรง โดยยิ่งไปกว่านั้นแมวที่อดอาหาร มีอาเจียน ท้องร่วง จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดน้ำ เสียสมดุลย์ของอิเล็คโตรไลท์ภายในร่างกาย สัตว์อาจอยู่ในสภาวะช็อกได้ กระบวนการรักษาโรค คือ การดูแลรักษาตามอาการแล้วก็พยุงอาการเพื่อสัตว์สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคได้ โดยการให้สารน้ำเข้าทางเส้นเลือด (Fluid therapy) ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยาปฏิชีวนะเพื่อคุ้มครองป้องกันโรคแทรก ยิ่งไปกว่านี้อาจมีการให้ยายับยั้งการคลื่นไส้ร่วมด้วย เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส ซึ่งไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาจึงทำเพื่อช่วยเหลือแล้วก็ประคองอาการเท่านั้น ในการการป้องกัน ควรแยกแมวเจ็บป่วยออกมาจากแมวธรรมดาตัวอื่นทันที เพราะโรคนี้เป็นได้กับแมวทุกอายุ ชำระล้างรวมทั้งฆ่าเชื้อโรคที่บางทีอาจแพร่ออกมากับอุจจาระ ปัสสาวะ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมโซเดียมไฮโปคลอไรด์ ผู้ครอบครองแมวที่มีแมวตายด้วยโรคไข้ฝึกหัดแมว การปกป้องโดยการฉีดวัคซีนคุ้มครองโรคทุกปี
 
 ปัจจุบันมีวัคซีนคุ้มครองโรคไข้ฝึกหัดแมวหลายแบรนด์และยังเป็นวัคซีนรวมอีกด้วยหมายถึงใช้คุ้มครองป้องกันได้อีกทั้งโรคไข้ฝึกแมวและโรคไข้หวัดแมวไปพร้อมเพียงกันซึ่งสามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามสถานพยาบาลแล้วก็โรงพยาบาลสัตว์ทั่วไป ส่วนสัตว์ป่าตระกูลแมว รวมทั้งแมวทุกเพศ ทุกวัย ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนปกป้องด้วยเหมือนกัน
 
 3. โรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาว หรือโรคลิวคีเมีย (Feline leukemia virus ; FeLV) มีเหตุมาจากการตำหนิดเชื้อ feline leukemia virus เป็นโรคติดโรคหนึ่งที่มีความหมายและพบได้บ่อยในแมว เชื้อไวรัสดังที่กล่าวถึงแล้วสามารถติดต่อได้ทั้งยังแมวเลี้ยง รวมถึงสัตว์ป่าเครือญาติแมว การตำหนิดเชื้อ FeLV ในแมวสามารถแบ่งเป็นกรุ๊ปอาการได้ 2 แบบเป็น
 
 - มีการกดภูมิต้านทานในร่างกายเป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติต่างๆสอดแทรกได้ง่าย ทำให้มีการเกิดภาวะเลือดจางเรื้อรัง
 
 - เกิดลักษณะก้อนเนื้องอก ก้อนเนื้อมะเร็ง ตามตำแหน่งต่างๆภายในร่างกายได้แก่ในช่องอก ช่องท้องและก็ต่อมน้ำเหลืองต่างๆทั่วร่างกาย
 
 การติดต่อของเชื้อไวรัสประเภทนี้สามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ น้ำตา หรืออุจจาระของสัตว์ป่วย แล้วก็การตำหนิดเชื้อผ่านจากแม่แมวสู่ลูกแมวในขณะท้อง จำนวนมากพบบ่อยในแมวที่มีพฤติกรรมอาศัยอยู่นอกบ้าน
 
 แมวเพศผู้ชอบมีอัตราเสี่ยงมากกว่าด้วยเหตุว่าความประพฤติปฏิบัติที่ชอบออกเที่ยวเป็นต้น โดยคราวหลังการตำหนิดเชื้อ FeLV ประมาณ 2-3 สัปดาห์ แมวจะออกอาการต่างๆต่างกันขึ้นอยู่กับอายุและระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เป็นไข้ ซึม ไม่อยากอาหาร อ้วก กินน้ำมากฉี่มากมาย เลือดจาง รวมทั้งอาจพบเลือดปนในอุจจาระ มีการติดเชื้อภายในร่างกายแบบเรื้อรัง มีสภาวะโรคดีซ่าน น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองโต การตรวจวิเคราะห์และก็การดูแลและรักษาจะเริ่มจากวิธีซักประวัติแล้วก็ตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน เจาะเลือดเพื่อตรวจตราความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจการดำเนินงานของตับรวมทั้งไต การอัลตร้าซาวน์ช่องท้อง การตรวจวินิจฉัยความไม่ปกติจากการตำหนิดเชื้อด้วยปฏิกิริยาทางภูมิต้านทาน การตรวจด้วยชุดตรวจ FeLV test
 
 อย่างไรก็แล้วแต่ การดูแลรักษาโรคนี้จะเป็นการรักษาตามอาการเพื่อลดการต่อว่าดเชื้อแทรกซ้อนต่างๆโดยให้ยาเพื่อลดการตำหนิดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน การถ่ายเลือดกรณีที่เลือดจางร้ายแรง การให้สารอาหารแก่แมวป่วยไข้ การให้ยาหรือสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การให้ยาเคมีบรรเทาในกรณีที่พบการติดเชื้อในต้นแบบเนื้องอกหรือโรคมะเร็ง
 
 การคุ้มครองป้องกันการตำหนิดเชื้อ FeLV ไม่สมควรปล่อยแมวออกเที่ยวนอกบ้านซึ่งมีโอกาสสัมผัสกับแมวเจ็บไข้ได้ การฉีดวัคซีนคุ้มครองโรค ในกรณีที่เลี้ยงแมวไว้หลายตัวควรแยกแมวเจ็บไข้และชองใช้ต่างๆออกมาจากแมวอื่นๆรวมถึงควรทำความสะอาดพื้นรวมทั้งอุปกรณ์ของแมวป่วยอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการคุ้มครองการกระจายเชื้อสู่แมวตัวอื่น
 
 4. โรคภูมิคุมกันบกพร่องแมว (Feline immunodeficiency virus; FIV) เกิดจากการตำหนิดเชื้อไวรัส FIV ในกลุ่ม retrovirus แมวเจ็บป่วยที่ติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสเอดส์แมวจะมีขบวนการก่อโรคที่คล้ายกับในคนหมายถึงผู้กระทำดภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาการที่เจอมักแบ่งออกได้เป็นสามระยะคือ ระยะต้น วันหลังการตำหนิดเชื้อในช่วง 2-3 วันหรือบางทีอาจนานถึง 1-2 สัปดาห์ แมวจะจับไข้ ต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายมีการขยายใหญ่ และมีการลดลดลงเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือด ระยะลำดับที่สอง ภายหลังจากการแสดงอาการในระยะเริ่มต้น แมวป่วยที่ได้รับการต่อว่าดเชื้อมักอยู่ในระยะที่ไม่แสดงอาการ แม้กระนั้นมีเชื้ออยู่ภายในร่างกาย รวมทั้งสามารถแพร่เชื้อสู่แมวปกติได้ แมวบางตัวสามารถมีลักษณะอาการอยู่ในตอนนี้ได้นาน และอาจนานถึงนับเป็นเวลาหลายปี ระยะในที่สุด แมวเจ็บป่วยจะแสดงอาการป่วยไข้ที่ไม่กำหนดแจ้งชัด ขึ้นอยู่กับระบบที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เนื่องมาจากการลดต่ำลงของระดับภูมิต้านทานภายในร่างกาย ระบบหลักการทำงานของอวัยวะซึ่งสามารถพบความเปลี่ยนไปจากปกติเป็นต้นว่า ระบบปัสสาวะ โพรงปาก เหงือก ระบบฟุตบาทหายใจ แมวเจ็บไข้มักจะออกอาการป่วยไข้เรื้อรังและก็มีชีวิตได้เพียงไม่นานภายหลังการป่วยตอนนี้
 
 การติดต่อของโรคภูมิคุมกันบกพร่องแมวจะผ่านการสัมผัสเลือดหรือน้ำลายของแมวเจ็บไข้ ส่วนใหญ่มักจะพบในแมวเพศผู้ที่มีพฤติกรรมท่องเที่ยวนอกบ้านแล้วก็ต่อสู้กับแมวตัวอื่นเพื่อแก่งแย่งขอบเขตหรือแมวเพศภรรยาที่เป็นสัดนอกเหนือจากนี้ยังพบการติดต่อของโรคเอดส์แมวผ่านการให้นมหรือจากแม่แมวสู่ลูกแมวได้ การตรวจวิเคราะห์ทำโดยการตรวจเลือดและการตรวจค้น antibody ต่อเชื้อไวรัสเอดส์แมวซึ่งเดี๋ยวนี้มีการทำในแบบ test kit การตรวจดังที่กล่าวถึงมาแล้วบางทีอาจให้ผลบวกในลูกแมวได้รับนมเหลืองจากแม่แมวที่มีอาการป่วยด้วยโรคเอดส์แมว ในกรณีนี้ควรจะกระทำตรวจซ้ำอีกครั้งหรือช่วงอายุราวๆ 6 ข้างขึ้นไป การดูแลรักษารวมทั้งการคุ้มครองการดูแลรักษาโรคเอดส์แมว เนื่องด้วยโรคภูมิคุมกันบกพร่องแมวเป็นโรคที่ไม่อาจจะรักษาให้หายสนิทได้ แม้กระนั้นการใช้ยาต่างๆสามารถช่วยทำให้แมวมีลักษณะทั่วๆไปดีขึ้นได้ รวมทั้งลดการตำหนิดเชื้อสอดแทรกต่างๆการดูแลทั่วๆไปเป็นวิธีสำคัญสำหรับแมวเจ็บไข้ ควรจะป้องกันแมวเจ็บป่วยให้หลีกเลี่ยงการเที่ยวนอกบ้าน การเสริมระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยให้สารอาหารที่สมควรแล้วก็พอเพียงแก่แมวเจ็บป่วย เป็นต้น
 
 5. โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Feline infectious peritonitis ; FIP) มีสาเหตุมาจากการตำหนิดเชื้อในกลุ่ม Coronavirus เชื้อไวรัสก่อโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวจะมีลักษณะละม้ายกับเชื้อไวรัสที่ก่อโรคลำไส้อักเสบในแมว หรือ feline enteric coronavirus ซึ่งเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงต่ำกว่า เชื้อมีการเกิด mutation แล้วก็ทำให้ก่อความร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆในแมว โดยธรรมดาเชื้อไวรัสเยื่อบุช่องท้องอักเสบสามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานราวๆ 3-7 สัปดาห์ และสามารถถูกทำลายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อจำพวกต่างๆการต่อว่าดเชื้อไวรัสเยื่อบุช่องท้อง สามารถพบได้ทั่วไปในแมวที่มีระบบภูมิคุ้มกันของสุขภาพที่ไม่ดี ได้แก่ แมวเด็กแล้วก็แมวแก่ กรุ๊ปแมวที่เลี้ยงกันแบบหนาแน่นหรือกำเนิดความเคร่งเครียด นอกเหนือจากนี้ยังสามารถพบได้ในแมวมีอาการป่วยเป็นโรคระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตัวอย่างเช่น โรคลิวคิภรรยา โรคภูมิคุมกันบกพร่องแมว ฯลฯ โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบสามารถเจอได้ในแมวทุกเพศรวมทั้งสายพันธุ์
 
 สำหรับในการติดต่อของโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนั้น สามารถแพร่ผ่านได้โดยการติดต่อการสัมผัสกันระหว่างแมว หรือการสัมผัสอุจจาระของแมวป่วยที่ใช่กระบะทรายด้วยกัน แล้วก็การตำหนิดเชื้อไวรัสผ่านวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยกัน และก็เดี๋ยวนี้มั่นใจว่าเชื้อไวรัสเยื่อบุช่องท้องอักเสบสามารถ
 
วิธีสำหรับในการดูแลลูกแมวตัวน้อย
1. ให้อาหารที่ถูก
ของกินเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเหมียว (และสัตว์อื่นๆ) โดยเหตุนี้การคัดเลือกของกินที่ถูกต้องรวมทั้งสมควรในแต่ละตอนวัยแล้วก็สิ่งที่มีความต้องการพิเศษของสายพันธุ์คือสิ่งที่คุณไม่สมควรมองข้าม เพื่อวิวัฒนาการทางร่างกายจะได้เจริญวัยอย่างราบรื่นไม่มีขัดข้อง
ในช่วงเวลานี้ท้องตลาดมีอาหารสำเร็จรูปนับไม่ถ้วนรอคอยให้คุณหยิบไปให้เจ้าเหมียวตัวน้อยที่บ้าน ข้อเสนอแนะง่ายๆของเราก็คืออ่านฉลากข้างถุงให้เป็น ดูซิว่าของกินดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นเหมาะสำหรับตอนวัยใด สายพันธุ์ไหน ส่วนเรื่องรสชาตนั้นเจ้าเหมียวต้องเป็นข้างวินิจฉัย
ทั้งนี้หากบ้านของคุณมีเจ้าตูบอยู่ด้วย พวกเราขอเตือนไว้เลยว่าของกินของหมาไม่เหมาะสำหรับแมว หมั่นรอสังเกตด้วยล่ะว่าเจ้าเหมียวเข้าไปมั่วกินอาหารหรือไม่ ถ้าใช่ล่ะก็เก็บของกินให้มิดชิด เพื่อชีวิตอันสดใสของแมวน้อย ...อย่าลืมล่ะ
2. หาสัตวแพทย์
แมวเด็กย่อมอยากการดูแลจากสัตวแพทย์มากยิ่งกว่าแมวโต แบบนี้เพราะเขาจำเป็นต้องได้รับการฉีดยาแล้วก็ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การมองหาสัตวแพทย์ประจำตัวก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องรอให้มีปัญหาสุขภาพก่อนค่อยพาไปคลินิกอีกต่อไป
ต้นสายปลายเหตุที่คุณควรใช้สำหรับในการเลือกเฟ้นสัตวแพทย์ประจำตัวนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่มีความต้องการของคุณเอง บางคนบางทีอาจไม่หวั่นหวาดหากจะต้องเดินทางไกลเพื่อพบสัตวแพทย์ที่เรียนด้านแมวเหมียวมาโดยยิ่งไปกว่านั้น บางท่านก็อาจเน้นที่ความสบายสบายใกล้บ้านเป็นหลัก อื่นๆอีกมากมาย ข้อเสนอของเราก็คือเลือกให้ตรงหัวใจที่สุดเท่านั้นก็พอ
3. ขนสวย = สุขภาพแข็งแรง
จริงอยู่ว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเขาสามารถเลียขนเพื่อชำระล้างตัวเองได้ตั้งแต่ยังละอ่อน แม้กระนั้นคุณเองก็สามารถช่วยเหลือเขาสำหรับเพื่อการชำระล้างตัวเองได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน หมั่นช่วยเขาหวีขนบ่อยๆเพื่อกำจัดขนที่ร่วงหล่น นอกเหนือจากที่จะช่วยเพิ่มสุขลักษณะให้เขาแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอีกทางหนึ่งอีกต่างหาก
4. ป้ายชื่อเพื่อความปลอดภัย
ว่ากันว่าแมวเหมียวนั้นมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าน้องหมา พวกเขาสามารถออกไปเที่ยวนอกบ้านเป็นวันๆได้โดยกลับมาเฉพาะตอนต้องการรับประทานข้าว ในเมื่อไลฟ์สไตล์ของเขาอยู่ไม่ติดบ้าน อะไรล่ะที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเหมียวของคุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่ข้างนอก
คำเสนอแนะของเราก็คือปลอกที่เอาไว้ใส่คอและก็ป้ายชื่อจ้ะ ใส่ให้เจ้าเหมียวของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่ว่าเวลาออกไปนอกบ้านบุคคลอื่นจะได้รู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่มาจากไหน นอกเหนือจากนั้นควรเจาะจงเนื้อหาให้เด่นชัดลงไปในป้ายชื่อเพราะว่าผู้ครอบครองคือผู้ใด เบอร์ติดต่ออะไร เผื่อเร่งด่วนจะได้ตามได้
นอกเหนือการคล้องป้ายแล้วก็ปลอกที่เอาไว้ใส่คอแล้ว วิธีการเพิ่มความปลอดภัยอีกอย่างก็คือพาเขาไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เขาเป็นหูเป็นตาเวลาเจ้าเหมียวของคุณออกไปปั่นป่วนนอกบ้าน จะได้ช่วยกันจับไว้ไม่ให้ไปไกลบ้านเกินความจำเป็น

5. อบรมตามควร
การเลี้ยงแมวเหมียวสักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก การฝึกหัดพวกเขาให้เป็นแมวที่ดีนั้นยิ่งง่ายยิ่งกว่าเดิม ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะความประพฤติตามธรรมชาติของเขานั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว ขอเพียงแค่เวลาสำหรับในการเอาใจใส่อย่างจริงจังจากคุณเท่านั้นก็เพียงพอ
โดยการฝึกฝนที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตแมวบ้านก็คือการใช้กระบะทรายในการถ่าย หมั่นฝึกหัดตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อสร้างการเขียนจำรวมทั้งส่งผลให้เกิดความประพฤติอันเป็นนิสัย เทคนิคที่พวกเราอยากแนะนำก็คือหามุมเหมาะสำหรับการทำให้หมดทุกข์ ซื้อกระบะและทรายแมวจากร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงมาตระเตรียมไว้ ลำดับต่อไปก็คือหมั่นจับเขาไปนั่งในกระบะเมื่อสังเกตเห็นว่าเขากำลังจะทำธุระ ทำอีกครั้งๆจนให้เขาก้าวเข้ากระบะไปทำธุระด้วยตนเอง เพียงเท่านี้บ้านคุณก็จะเรียบร้อยได้อย่างง่ายๆ
6. แมวจะต้องฝนเล็บ
คุณต้องการให้เครื่องเรือนเป็นรอยอันเนื่องมาจากความประพฤติปฏิบัติฝนเล็บตามบรรพบุรุษของแมวเหมียวหรือเปล่า ถ้าหากคำตอบของคุณคือไม่ล่ะก็ หาซื้อวัสดุอุปกรณ์ฝนเล็บมาให้เขาอย่างด่วน เพื่อที่ของใช้ของสอยในบ้านของคุณจะไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากการครูดขีดด้วยกงเล็บ
การเลือกซื้อที่ฝนเล็บสักชิ้นนั้นไม่มีอะไรยาก คุณลักษณะรวมทั้งคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการใช้สอยเปลี่ยนตามขนาดแล้วก็ราคา บางชิ้นคุณสามารถนำไปตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งได้เลยในบ้าน เจ้าเหมียวก็สามารถนอนได้ฝนเล็บได้ ครบคุณลักษณะในชิ้นเดียว หรือบางชิ้นก็บางทีอาจเป็นแค่ที่ฝนเล็บอย่างเดียวเท่านั้น คุณจะเลือกอะไรก็ตามแม้กระนั้นความไม่รู้สึกกลุ้มใจได้เลย
7. อย่าลืมการบริหารร่างกาย
การบริหารร่างกายสำคัญสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างมีชีวิต แมวเหมียวเองก็เช่นเดียวกัน ถ้าเกิดเขาได้ยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ถามหา ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน การขับถ่ายขาดตกบกพร่อง ฯลฯ นอกเหนือจากนั้นยังช่วยส่งเสริมความเป็นเพื่อนให้เขาร่าเริงสดใสตลอดเวลาอีกต่างหาก
ในเมื่อการบริหารร่างกายนั้นมีผลดีมากมายก่ายกองขนาดนี้ คุณสมควรจะต้องส่งเสริมให้ถึงที่สุด หาพื้นที่สำหรับเพื่อการออกกำลังกายให้เขา ซื้อของเล่นเด็กมาเตรียมพร้อม เพียงเท่านี้อาณาจักรสุขภาพของเหมียวก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากข้างในบ้านของคุณเอง
8. เตรียมพร้อมเผื่อฉุกเฉิน
เพราะพวกเราไม่อาจคาดเดาได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อใด การเตรียมตัวไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่ควรไม่เอาใจใส่ อย่าลืมติดต่อสอบถามสัตวแพทย์ใกล้บ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยว่าสามารถติดต่อได้ในกรณีเร่งด่วนหรือเปล่า ถ้าเกิดว่าไม่มีอย่าลืมหาคลินิกสำรองไว้ด้วย เวลาเร่งด่วนจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเช่นไรล่ะ
9. ดูแลเขาให้ถูกต้องถูกทาง
การป้องกันนั้นดียิ่งกว่าการดูแลและรักษาเมื่อยามป่วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อรับเจ้าเหมียวตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน อย่าลืมพาเขาไปรับวัคซีนให้ครบตามที่ได้มีการกำหนดนัด อายุเดือนครึ่งก็ต้องเตรียมความพร้อมให้พร้อม สัตวแพทย์นัดเมื่อไหร่จะต้องไปห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะเหตุว่าวัคซีนแต่ละประเภทหมายความถึงการคุ้มครองป้องกันโรคร้ายที่ถ้าเป็นขึ้นมาล่ะก็จะรักษาตรากตรำ ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้ฝึกหวัดแมว โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว อื่นๆอีกมากมาย
นอกจากการฉีดยาเพื่อป้องกันโรคแล้ว การถ่ายพยาธิเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรปล่อยปละละเลย อย่าลืมหารือสัตวแพทย์ให้เขาจัดตารางที่สมควรให้กับเจ้าเหมียวของคุณด้วยล่ะ อ๊ะๆ...เท่านี้ยังไม่หมดนะจ๊ะ อย่าลืมเรื่องการดูแลทำความสะอาดหู ตา จมูก รวมทั้งส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะว่าความสะอาดคือข้อห้ามพลาดเป็นอันขาด
10. พินิจเรื่องคุมกำเนิด
ข้อในที่สุดที่เราต้องการฝากก็คือการทำหมันแมวเหมียว หากคุณไม่อยากให้เขามีลูกมีหลานหรือเลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ล่ะก็ ตัดสินใจคุมกำเนิดไปเลยเมื่ออายุครบกำหนด (ในขณะนี้สามารถทำหมันได้ตั้งแต่อายุครบ 10 อาทิตย์) ซึ่งการทำหมันนั้นจะช่วยลดปัญหาความประพฤติฉี่เพื่อสร้างขอบเขตในแมวชายหนุ่ม และก็ช่วยให้เขาไม่ต้องออกไปแสวงหาคู่สามีภรรยานอกบ้าน อันเป็นเหตุให้เป็นอันตรายได้อย่างไม่ยากเย็นสำหรับแมวสาวนั้นการทำหมันจะช่วยคุ้มครองโรคมะเร็งเต้านม แล้วก็ลดการกระทำนิสัยไม่ดีเมื่อถึงช่วงเวลาสืบพันธุ์
แต่การตัดสินใจทำหมันไหมทำขึ้นอยู่กับคุณแต่เพียงผู้เดียวจ้ะ
 
สถานพยาบาลรักษาสัตว์ แฟนงหมา แมว กระต่าย กระรอกให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ตอบได้ทุกปริศนา
 Line :solar147


ขอบคุณบทความจาก : http://www.vetpattanakarn20.com/

Tags : รักษาสัตว์, รักษาสัตว์ พัฒนาการ, คลินิคสัตว์

 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)


bbgun